ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะในชั่วโมงวุ่นวายแห่งโรคโควิด-19 ที่ทำให้ความคึกคักดูลดน้อยถอยลงไป และแต่ละประเทศ ก็มีเฉพาะทีมยักษ์ใหญ่บางทีมเท่านั้น ที่ยังสามารถทุ่มงบประมาณเพื่อซื้อนักเตะมาเสริมทัพ มาลองดูกันว่า ในแต่ละลีก ใช้เงินกันไปเท่าไหร่ และ ใครคือ นักเตะค่าตัวแพงสุด ของแต่ละลีก วันนี้มีเรื่องราวเหล่านี้มาฝากกัน

 

พรีเมียร์ลีก จำนวนเงิน : 1.26 พันล้านปอนด์

นักเตะค่าตัวแพงสุด : ไค ฮาแวร์ตซ์ (เชลซี) ค่าตัว 72 ล้านปอนด์

หากไม่ได้ทีมเชลซี ที่ปีนี้ขยันเสริมทัพ และกลายเป็นที่จับตามากที่สุดในตลาด ตัวเลขของพรีเมียร์ลีก ก็ไม่น่าจะพุ่งไปได้ไกลขนาดนี้ และนอกจากค่าตัวของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่ไปคว้ามาจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นแล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังแก้ไขปัญหาแนวรับที่ย่ำแย่ของตัวเอง ด้วยทุ่มเงินใส่ เบนฟิก้า คว้ากัปตันทีมอย่าง รูเบน ดิอาซ เข้าสู่ทีมด้วยราคาค่าตัว  61.2 ล้านปอนด์ อีกต่างหาก แม้นี่จะเป็น ตลาดที่ทุ่มเงินมากที่สุดในยุโรป แต่ตัวเลข 1.26 พันล้านปอนด์ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับแต่ปี 2015 เลยทีเดียว และตัวเลขนี้ น้อยกว่าปีที่แล้ว 350 ล้านปอนด์

 

กัลโช่ เซเรียอา จำนวนเงิน : 686.47 ล้านปอนด์

นักเตะแพงสุด : อาเธอร์ (ยูเวนตส) ค่าตัว 64.8 ล้านปอนด์

ตัวเลขค่าใช้จ่ายของลีกอิตาลีลดน้อยลงกว่าฤดูกาลที่แล้วร่วม 500 ล้านปอนด์เลยทีเดียว แม้ว่าจะได้ตัวเลขการซื้อขายกันระหว่าง ยูเวนตุส และ บาร์เซโลน่า ในเคสของอาเธอร์ เข้ามาดันตัวเลขแล้วก็ตาม ขณะเดียวกัน ในดีล ของ นาโปลี ที่ยอมทุ่มเงินถึง 63 ล้านปอนด์ ปาดหน้าทุกทีมคว้า วิคเตอร์ โอชิมเฮน มาเสริมทัพได้ ก็เป็นอีกตัวเลขที่น่าสนใจมากๆ เพราะโดนหลายฝ่ายมองว่า เป็นราคาที่โดนโก่งค่าตัวเกินจริง แต่อย่างไรก็ตาม เวทีกัลโช่ เซเรียอา แม้จะเงียบเชียบไปบ้างในระยะหลัง แต่ตัวเลขซื้อขายก็ยังตามเข้ามาเป็นอันดับสองจนได้

 

ลีกเอิง จำนวนเงิน : 835.67 ล้านปอนด์

นักเตะค่าตัวแพงสุด : เมาโร อิคาร์ดี้ (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง) ค่าตัว 45 ล้านปอนด์

ตัวเลขการซื้อขายในตลาดนักเตะเมืองน้ำหอม หายไปจากฤดูกาลที่แล้ว ครึ่งต่อครึ่งกันเลยทีเดียว และยังคงเป็นทีมเศรษฐีอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง เช่นเคย ที่เป็นผู้นำในตลาดซื้อขายนักเตะ เพราะทุ่มเงินถึง 45 ล้านปอนด์ กระชาก เมาโร อิคาร์ดี้ จากอินเตอร์ มิลาน มาอยู่ร่วมทัพแบบถาวร หลังประทับใจฝีเท้าช่วงยืมตัวจากฤดูกาลที่แล้ว ส่วนดีลอื่นๆ ที่รองๆ ลงมา ต้องบอกว่า ค่าตัวกระจุ๋มกระจิ๋ม กันทั้งสิ้น เพราะค่าตัวแพงสุดอันดับที่ 2 คือ โจนาธาน เดวิด โดยลีลล์ ควักเงินค่าตัวไปเพียง 24.3 ล้านปอนด์ ก็ได้ตัวนักเตะมาสู่ทีมแล้ว

 

ลาลีกา จำนวนเงิน : 365.94 ล้านปอนด์

นักเตะค่าตัวแพงสุด : มิราเลม ปานิช (บาร์เซโลน่า) ค่าตัว 54 ล้านปอนด์

ลีกแห่งเมืองกระทิงดุ ลดการใช้เงินและรัดเข็มขัดกันอย่างเต็มเหนี่ยวจริงๆ ทำให้ การซื้อขายในตลาดนักเตะ ค่อนข้างจะเงียบเหงา เพราะมีตัวเลขที่ยืนยันได้จากบริษัทที่น่าเชื่อถือ ได้คำนวณออกมาว่า ทั้งลีกมีการใช้จ่ายลดลงจากเดิมถึง 46% หากเปรียบเทียบจากค่าเฉลี่ยการซื้อขายในตลาด 5 ปีหลังสุด เอาแค่เรอัล มาดริด ทีมเดียว ที่ไม่ซื้อนักเตะเข้าสู่ทีมเลยมันก็เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะนี่คือปรากฎการณ์ครั้งแรกในรอบ 40 ปีเลยทีเดียว ที่ขุนพลชุดขาวไม่เดินเข้าตลาดเพื่อช้อปปิ้งนักเตะเลย

 

บุนเดสลีก จำนวนเงิน : 290.43 ล้านปอนด์

นักเตะแพงสุด : เลรอย ซาเน่ (บาเยิร์น มิวนิค) ค่าตัว 40.5 ล้านปอนด์

เป็นอีกหนึ่งลีก ที่แสดงออกอย่างชัดเจน ที่แต่ละสโมสรพยายามจำกัดงบประมาณเพื่อการลงทุน เพราะต้องการให้แต่ละทีมอยู่รอด และไม่ส่งผลกระทบในด้านต่างๆ ในอนาคต แม้ว่า บาเยิร์น มิวนิค แชมป์ตลอดกาลของเยอรมัน จะคว้าตัว เลรอย ซาเน่ มาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 40.5 ล้านปอนด์ก็ตาม แต่นี่ก็คือโปรเจ็คที่พวกเขาวางรากฐานกันมานานแล้ว เพียงแต่รอให้ปีกทีมชาติเยอรมัน ฟื้นจากอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามให้ได้อีกครั้งเท่านั้น


และทั้งหมดนี้ก็คือเรืองราวของ นักเตะค่าตัวแพงที่สุด หลังตลาดซื้อ-ขาย ใน 5 ลีกดังปิดตัวลง เพื่อนๆ คิดว่า ดีลไหนดูคุ้มค่าที่สุด ในบรรดาการซื้อขายทั้งหมด ก็สามารถมาคอมเมนต์พูดคุยกันได้นะครับ

แล้วมาพบกับ ข่าวบอลอัปเดตล่าสุด ได้ใหม่ในอาทิตย์หน้า แลวเจอกันครับ