Call : 088-12345-01 ถึง 05 / 082-8899-890 ถึง 893  l   Line : @sbo-asia9
BLOG

5 วาทะเด็ด อันน่าจดจำในโลกลูกหนังยุค 90

Posted on Aug 30,2018

วันนี้ผมจะพามาดู 5 วาทะเด็ด อันน่าจดจำในโลกลูกหนังยุค 90 กันครับ มีทั้งวาทะเหน็บแนม ส่อเสียด รวมไปถึงสงครามจิตวิทยา ที่พ่นกันออกมาด้วยคำพูดผ่านสื่อต่างๆ จนเป็นกระแสมากมายในช่วงนั้น

มาดู 5 วาทะเด็ด อันน่าจดจำในโลกลูกหนังยุค 90 มีวลีไหนกันบ้าง

1. กินหรูจนเคยตัว – อาร์แซน เวนเกอร์

"ถ้าคุณกินไข่ปลาคาเวียร์ทุกวัน มันคงเป็นเรื่องยากที่คุณจะกลับไปกินไส้กรอกข้างถนน" อาร์แซน เวนกอร์ , 1998

การมาถึงของ อาร์แซน เวนเกอร์ สร้างความแปลกใจให้กับสื่อหลายสำนัก กับการตั้งกุนซือที่พวกเขาไม่เคยรู้จักมาก่อน พาดหัวที่ว่า "อาร์แซน , ใคร?" โชว์เด่นหราอยู่หน้า 1 ของหนังสือพิมพ์อีฟนิ่ง สแตนดาร์ด

กุนซือชาวฝรั่งเศส เคยยอมรับในช่วงแรกของการใช้ชีวิตในพรีเมียร์ลีกว่า รู้สึกตกใจกับทัศนคติการใช้ชีวิตของนักเตะอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเลือกรับประทานอาหารเช้า "พวกเขาได้กินแซนด์วิชเบคอนพร้อมกับซอสสีสันสวยงาม พวกเขาต้องดูแลโภชนาการโดยด่วน"

เกี่ยวกับประโยคเด็ด ไข่ปลาคาเวียร์และไส้กรอกของเวนเกอร์ เขาหล่นวาทะนี้หลงจากอาร์เซน่อลคว้าดับเบิ้ลแชมป์เมื่อซีซั่น 1997/1998 หลังจากก่อนหน้านี้ทีม "ปืนใหญ่" ขาดความสำเร็จมานานนับจากยุคของจอร์จ เกรแฮม

ทีมของเวนเกอร์ฟอร์มตกลงไปในฤดูกาลถัดมา (ซึ่งเป็นปีที่แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าทริปเปิลแชมป์) และเกมที่พวกเขาทำได้แค่เสมอกับ มิดเดิลสโบรช์ 1-1 แฟนบอลของทีมก็โห่เขาเสียงดัง แต่อย่างน้อยที่สุด อาร์เซน่อลก็ได้ลุ้นแชมป์ลีกจนเกมสุดท้ายของฤดูกาล และผ่านเข้าตัดเชือก เอฟเอคัพ


2. ความทรงจำอันแสนดราม่า – อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

"ฟุตบอล , แม่งมันนรกแตกไปเลยว่ะ" อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

สำหรับแฟนบอลที่เกิดทัน ... ช่วงท้ายเกมของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศปี 1999 มันเป็นเหมือนกับฝันที่ยากจะลืม แต่จะเป็นความทรงจำที่ดี หรือเป็นฝันร้าย ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน

เสียงบรรยายของ ไคลฟ์ ไทล์เดสลี่ย์ ในช่วงทดเวลาการแข่งขัน ตอนที่ ยูไนเต็ด กำลังจะฝันสลายกับการคว้าทริปเปิลแชมป์

"ยูไนเต็ดต้องยิงให้ได้ในตอนนี้ ... พวกเขาไม่เคยทำไม่ได้" ขณะที่ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ขึ้นมาลุ้นเตะมุมจากเดวิด เบ็คแฮม .. และเรื่องราวจากนั้น ก็เหมือนอย่างที่เรารู้กัน

หลังจบเกม เฟอร์กูสันสารภาพว่าใจเขายอมแพ้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว ... แต่เมื่อปาฏิหาริย์ดังกล่าวเกิดขึ้น เขาเลยหล่นอีกหนึ่งวาทะที่น่าจดจำที่สุดออกมา

แววตาของเขาเปี่ยมด้วยความสุข สนุก ตื่นเต้น และดีใจอย่างหาคำมาเปรียบเทียบไม่ได้ เขาภูมิใจในผู้เล่นของเขา ที่หลายคนเติบโตมาจากชุดเยาวชน ... คำว่า "ฟุตบอล...โคตรมันนรกแตก" ของเขา แสดงให้เห็นถึงความบ้าคลั่งอย่างที่สุดของเขา ที่มีต่อกีฬาลูกกลมๆ ชนิดนี้


3. ซีเนดีน ซีดาน ปะทะ ทิม เชอร์วู๊ด

"ทำไมเราต้องเอาซีดาน ในเมื่อเรามีทิม เชอร์วู้ด?" แจ็ค วอล์คเกอร์ , 1995

คุณต้องการจะสร้างทีมฟุตบอลระดับตำนาน หรือ จัดประกวดนางแบบหุ่นสวย? บางทีนี่คงเป็นการสร้างทีมแบบ แจ็ค วอล์คเกอร์ ประธานสโมสรแบล็คเบิร์น โรเวอร์สในเวลานั้น ที่ต้องการพาทีมป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก (สมัยแรกและสมัยเดียวจนถึงทุกวันนี้) ของพวกเขา

ในช่วงเวลานั้น ซีเนอดีน ซีดาน ยังคงอยู่กับ บอร์กโดซ์ และเดินทางมาเยี่ยมทีม "กุหลาบไฟ" ถึงสนามซ้อมร่วมกับ คริสตอฟ ดูการ์รี่ เพื่อนร่วมชาติ ณ ขณะนั้น เคนนี่ ดัลกลิช อดีตผู้จัดการทีมสนใจในตัวเขามาก และต้องการเซ็นสัญญากับ "ซิซู" ให้ได้

แจ็ค วอล์คเกอร์ ตอบกลับไปยัง ดัลกลิช ด้วยประโยคดังกล่าว ... จากนั้นอย่างที่เราทราบกัน ซีดานย้ายไปยูเวนตุส , เรอัล มาดริด และกลายเป็นนักเตะหมายเลขหนึ่งของโลก ส่วน เชอร์วู้ด เขาคงชอบที่มีคนนำเขาไปเปรียบเทียบกับ ซีดาน เพราะเป็นสิ่งที่น่าจดจำไม่กี่อย่างที่เขาจะเล่าให้ลูกหลานฟังได้


4. คำนวณแบบเยอรมัน – แกรี่ ลินิเกอร์

"ฟุตบอลมันง่ายมาก แค่ 22 คน วิ่งแย่งลูกบอลกันในเวลา 90 นาที และท้ายที่สุด เยอรมันจะเป็นฝ่ายชนะ" แกรี่ ลินิเกอร์

แกรี่ ลินิเกอร์ ถือเป็นผู้ช่ำชองกับการเล่นในระยะ 6 หลาหน้าปากประตู แต่พรสวรรค์ของเขากลับไร้ประโยชน์ทุกครั้งเวลาที่อังกฤษต้องพบกับเยอรมนี ซึ่งเหตุการณ์ที่เขาช้ำใจที่สุดจนหล่นวาทะนี้ออกมา คือตอนที่อังกฤษแพ้เยอรมนีด้วยการดวลลูกจุดโทษ ตกรอบฟุตบอลโลก 1990

วาทะของลินิเกอร์ เผยให้เห็นถึงความจริงที่ชัดเจนว่า แม้อังกฤษพยายามจะหลีกเลี่ยงคู่รักคู่แค้นทีมนี้แค่ไหน แต่สุดท้ายก็ต้องมาเจอกันอยู่ดี ซึ่งแมตช์รอบรองฯ ในฟุตบอลโลกหนดังกล่าวตามมาหลอกหลอนทีม "สิงโตคำราม" ตลอดอีก 20 ปีให้หลัง เช่นกัน นั่นถือเป็นเกมที่พอล แกสคอยน์ เล่นได้ดีมาก เก็บกวาดแดนกลางได้เกลี้ยง แต่ที่สุดแล้วก็เท่านั้น เนื่องจากทีมของเขาต้องตกเป็นฝ่ายแพ้


5. จุดเริ่มต้น สงครามจิตวิทยา – เควิน คีแกน

"ขอบอกจากใจเลยนะว่า ผมจะสะใจมากถ้าเราชนะพวกนั้นได้ … สะใจสุดๆ เลยว่ะ" เควิน คีแกน , 1996

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าจดจำ ในเวลานั้นเด็กๆของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นรองคู่แข่ง นิวคาสเซิ่ล ของ เควิน คีแกน 12 แต้ม เมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล แต่สุดท้าย "ปีศาจแดง" ลดช่องว่างจนมาประชิดต้นคอ ซึ่งรวมถึงการบุกไปชนะ "สาลิกาดง" ถึงเซนต์ เจมส์ พาร์ค จนทำให้ คีแกน เริ่มแสดงความรู้สึกกดดันออกมาให้เห็น ซึ่งแน่นอนว่า เซอร์ อเล็กซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ก็เห็น ทุกอย่างเข้าทาง ก่อนเฟอร์กี้จะจับมีดแทงคีแกนซ้ำไม่เหลือ

เรื่องราวเกิดขึ้นก่อนเกม นิวคาสเซิ่ล กับ ลีดส์ ซึ่ง เฟอร์กี้ตั้งคำถามว่านักเตะลีดส์ จะจริงจังกับการลงสนามพบ นิวคาสเซิ่ล มากเท่ากับ เล่นกับ ยูไนเต็ด หรือไม่?

"ผมไม่ค่อยเข้าใจลีดส์ ยูไนเต็ดนะ เขาไม่สมควรปล่อยให้นักเตะของเขาเล่นเต็มร้อยแค่เฉพาะตอนเจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"

มันอาจเป็นคำพูดจิตวิทยาโดยอ้อมที่ต้องการให้ลีดส์ เล่นเต็มที่เพื่อเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล แต่กลับกลายเป็นว่าคำพูดนั้นบันดาลโทสะให้กับ เควิน คีแกน แบบเต็มๆ หลังจากเกมพบลีดส์ ซึ่งนิวคาสเซิ่ล ชนะ คีแกนก็พ่นประโยคดังกล่าวผ่านสื่อ ซึ่งกลายเป็นวาทะแห่งความทรงจำที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก นำไปสู่ความล่มสลายของนิวคาสเซิ่ล ที่โดนแมนฯ ยูไนเต็ดแซงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้น รวมถึงการกำเนิดขึ้นของคำว่า "สงครามจิตวิทยา"


สมัครแทงบอล ได้ที่ Line : @sbo-asia9

หากมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ call center ตลอด 24ชม.

Call : 088-12345-01 ถึง 05 / 082-8899-890 ถึง 893

sbobet แทงบอล OE & TG คืออะไร เล่นยังไง อ่านได้ที่นี่เลย


Tags : 5 วาทะเด็ด, วาทะเด็ด, วาทะเด็ด โลกลูกหนัง ยุค 90

qrcode