Call : 088-12345-01 ถึง 05

CAll : 082-8899-890 ถึง 893 

6 ช่องทางที่จะช่วยให้ ลิเวอร์พูลป้องกันแชมป์ 2020/21

ลิเวอร์พลูป้องกันแชมป์

 60 total views

ฤดูกาลเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง หงส์แดง ลงสนามในเกมแรกพร้อมกับความตื่นตา พร้อมโชว์ฟอร์มดุ ประเดิมด้วยชัยชนะ ทำให้หลายสื่อคาดารณ์ว่า ปีนี้อาจเป็นปีที่ ลิเวอร์พูลป้องกันแชมป์  ได้สำเร็จแม้อาจมีพ่วงท้ายว่า ชนะแบบหืดขึ้นคอ ส่วนคู่แข่งอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่กลับมาอย่างภาคภูมิก็แพ้แบบได้ใจ

ยังไม่มีแฟนๆ ในสนาม และ ลิเวอร์พูล ก็พยายามส่งเสียงผ่านทั้ง คล็อปป์ และ ซาลาห์ ว่า แอนฟิลด์ ที่ว่างเปล่านั้นทำให้ทุกอย่างยากลำบาก แต่มันก็ไม่ใช่แค่นั้น

เกมแรก “หงส์แดง” เก็บ 3 คะแนนแต่ก็เป็นอย่างที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ บอกว่า เมื่อมีประตูจำนวนมากแปลว่ามีใครบางคนผิดพลาด ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่โทษใครและยังเป็นเหมือนเดิมคือชมเชยความดี แต่เชื่อว่าแฟนๆ ส่วนใหญ่ประจักษ์แก่สายตาว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในสนามคือสัญญาณบางอย่าง

 

ลิเวอร์พูลป้องกันแชมป์ แต่ เครื่องร้อนช้า

 

สถิติที่เกิดขึ้นก่อนปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูล ชนะเพียง 7 จาก 16 เกมรวมทุกรายการ ลูกทีมของ คล็อปป์ เริ่มสะดุดตั้งแต่ก่อนโดนเบรกกะทันหันจากโคโรน่าไวรัส

ประตูแรกของเกมที่ แอนฟิลด์ เริ่มต้นตั้งแต่นาทีที่ 4 จากจุดโทษเมื่อบอลโดนแขน โรบิน ค็อก เมื่อมีประตูเร็ว สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือความอุ่นใจว่าทีมชุดนี้จะไม่ปล่อยให้เกมน่าเบื่อหน่าย เชื่องช้า แม้มีโชคช่วยเล็กน้อย และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น แจ็ค แฮร์ริสัน ยิงตีเสมออย่างรวดเร็ว แค่ครึ่งแรกก็เหนื่อยแล้ว ครึ่งหลังก็ยังไม่เบา เกมจบลงด้วยสกอร์ 4-3

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เตรียมตัวมาไม่ดี แผนไม่พร้อม นักเตะเพิ่งกลับจากการเตะทีมชาติ แต่การปล่อยให้น้องใหม่สุดแสบตีเสมอครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เห็นได้ชัดว่าทั้งจังหวะและความมุ่งมั่นของทีมมีปัญหา ดังนั้น 4 เกมต่อจากนี้ก่อนเจอเบรกทีมชาติอีกครั้ง ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องเร่งเครื่องให้มากกว่านี้

 

ซาลาห์ ยิงมากกว่า 25 ประตู

ผลงานใน พรีเมียร์ลีก ของ ซาลาห์ 3 ฤดูกาลที่ผ่านมาคือ 32, 22 และ 19 ประตู เฉลี่ย 24.33 ประตู ดังนั้นหากเขายังรักษามาตรฐานเดิมไว้ได้ 25 ประตูก็ไม่ยากเย็น

เมื่อเห็นตัวเลขประตูของ ซาลาห์ หลายคนอาจหวั่นใจว่าเขากำลังถอยหลัง เพราะในฤดูกาลล่าสุด 19 ประตูที่ได้มาทำให้เขาไม่ได้ลุ้นรางวัลรองเท้าทองคำที่ตกเป็นของ เจมี่ วาร์ดี้ ที่ยิงได้ 23 ประตู แม้หากย้อนความหลังอาจพูดได้ว่าการยิงประตูของทุกคนในทีมเฉลี่ยกันไป ยิงได้ตั้งแต่กองหน้ายันกองหลัง แต่ถึงเวลาแล้วที่ ซาลาห์ จะกลับมา

16 เกมในช่วงปลายฤดูกาลก่อน ปีกชาวอียิปต์ยิงเพียง 5 ประตู แต่เมื่อกลับมาเริ่มต้นกับแฮททริคในนัดแรก ความมั่นใจของเขาจะเพิ่มพูนกลับมา ยิ่งหากทีมไหนปล่อยหลังลอย หรือมีปัญหากับสภาพความฟิต เชื่อได้เลยว่ารอดจากประตูของเขาได้ยาก

 

ฟีร์มิโน่ ยิงมากกว่าเดิม

เวลา 5 ปีที่ผ่านมา ค่าเฉลี่ยการทำประตูของ ฟีร์มิโน่ อยู่ที่ 11 ประตูต่อฤดูกาล ด้วยตำแหน่งรับผิดชอบแม้มีมาตรฐาน แต่หากเป็นไปได้ แฟนๆ น่าจะได้เห็นอะไรมากกว่านี้

แนวรุกชาวบราซิเลี่ยนอยู่ในถิ่น แอนฟิลด์ มานาน 5 ฤดูกาล ปีล่าสุดเขายิงประตูได้เลขหลักตัวเดียวเป็นครั้งแรก แน่นอนว่าเมื่อเทียบจำนวนและค่าเฉลี่ยกับทั้ง ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ เขายิงได้น้อยที่สุดในแผงแนวรุก แถมยังปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวเองเพื่อส่งเสริมเพื่อนร่วมทีม แต่ถึงเวลาหรือยังที่เขาต้องทำอะไรมากกว่านี้

ช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา ดูเหมือน เจอร์เก้น คล็อปป์ ปรับแผนและเลือกใช้งาน 4-2-3-1 แม้ไม่มีนักเตะใหม่ให้ว้าวหรือคาดเดาไม่ออกเลยว่าเขาจะมาไม้ไหน แต่มีภารกิจบางอย่างที่ต้องทำ เห็นได้บ้างจากเกมแรกว่า นาบี เกอิต้า จะโดนผลักดันให้แจ้งเกิด หลังจากผ่าน 2 ปีที่ไม่โดดเด่น และมีพื้นที่พอสมควรในกรอบเขตโทษ ขอแค่ ฟีร์มิโน่ พาตัวเองเข้าไปแล้วซัดให้ได้

 

ใครบางคนต้องโดนดร็อป

ฤดูกาล 1989/90 ที่ยังเป็นดิวิชั่น 1 สตีฟ นิโคล ไม่พลาดเกมไหนเลยใน 38 แมตช์ ลงเล่นเต็มทั้ง 90 นาที และ ฟาน ไดจ์ ก็ทำเช่นเดียวกันในซีซั่น 2019/20

อาจเป็นเรื่องหนักหนาสักหน่อยหากจะมีใครสักคนลงสนามต่อเนื่องทั้ง 90 นาทีตลอด 38 เกม เพาะฟุตบอลสมัยใหม่ไม่ได้มีเพียงเกมลีก ยิ่งกับทีมใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล ที่ต้องเจอทั้ง แชมเปี้ยนส์ ลีก บอลถ้วยและชิงแชมป์สโมสรโลก แต่มันก็เกิดขึ้นกับ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ ในฤดูกาลที่แล้ว และเป็นนักเตะคนแรกในรอบ 30 ปีหลังจาก สตีฟ นิโคล เคยทำไว้

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ไม่ได้ลงทุกนาทีแต่ก็ไม่พลาดสักเกมในฤดูกาลเช่นกัน ขณะที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน พลาด 2 เกม เมื่อถึงจุดหนึ่งสิ่งที่จะเกิดกับนักเตะคือความเหนื่อยล้า ขาดสมาธิ ประสิทธิภาพลดลง และดูเหมือนมันจะเกิดขึ้นในเกมแรกของฤดูกาล แน่นอนว่าความผิดพลาดกับกองหลังไม่หนีห่างกันไปนานๆ แต่น่าจะมีช่วงหนึ่งที่แนวรับคนสำคัญควรพัก

แต่แม้จะได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง เพราะ ฟาน ไดจ์ สำคัญกับทีม แต่ก็เป็นไปได้ยากที่จะทาบสถิติ ฟิล นีล ซึ่งเคยลงสนามโดยไม่พลาดสักเกม 6 ปีติดต่อกันในปี 1976-1983

 

ลิเวอร์พูลป้องกันแชมป์ อาจต้องพึ่ง จุดโทษ

ซาลาห์ ซัดจุดโทษ 2 ครั้ง แม่นทั้ง 2 ครั้ง หลังจบเกมเขาบอกว่าลูกสุดท้ายกดดันมาก เพราะยิงเข้าไปแล้วครั้งหนึ่ง อาจโดนจับทาง และนั่นน่าจะเป็นประตูชัย ยิงใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังไม่เครียดขนาดนี้!

สถิติจาก เดอะ ทอมกิ้นส์ ไทม์ส ระบุว่าเมื่อสัมผัสในกรอบเขตโทษ 58.6 ครั้ง ลิเวอร์พูล จะได้จุดโทษ 1 ครั้ง ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สัมผัสบอลในกรอบโทษ 5.8 ครั้งจะได้ 1 ประตู ต่างกัน 10 เท่า ในฤดูกาลที่แล้ว มีหลายครั้งที่ลูกทีมของ คล็อปป์ ควรได้จุดโทษอย่างชัดเจน ขนาดที่ผู้ตัดสินไปย้อนดูวีเออาร์แต่ไม่ยอมให้จุดโทษแบบค้านสายตาคนทั้งโลกก็มี

เนื่องจากพวกเขาอาจไม่ได้พกดวงติดตัวไว้ในฤดูกาลที่แล้ว แต่ในฐานะแชมป์เก่าที่มีหลายอย่างในแง่บวก ฤดูกาลนี้ผู้ตัดสินอาจเป่าจุดโทษให้พวกเขามากขึ้น การพูดเช่นนี้ฟังดูตื้นเขิน แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว แค่เกมแรกก็รับไป 2 ครั้ง ซึ่งก็ยังไม่มีใครออกมาแย้งว่าไม่สมควร เพราะเป็นลูกที่สามารถให้ได้ทั้งคู่

 

แต้มรวมไม่เกิน 90 คะแนน

ฤดูกาล 2018/19 ลิเวอร์พูล เก็บ 97 คะแนน แต่ไม่ได้แชมป์ พวกเขาลุกขึ้นสู้อีกครั้ง ได้ทั้งแชมป์และคะแนนที่มากขึ้น 99 คะแนน แต่…

แนวโน้มของทีมแชมป์เป็นไปในทิศทางที่เติบโตยิ่งขึ้น 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา ไม่มีแชมป์ทีมไหนได้คะแนนน้อยกว่า 90 เชลซี 93, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 100 และ 98 ล่าสุดคือ ลิเวอร์พูล 99 คะแนน และมีช่องว่างระหว่างอันดับ 1 และ 3 ไม่น้อยกว่า 10 คะแนน ย้อนกลับไปที่การพลาดการป้องกันแชมป์ในรอบ 11 ฤดูกาลเว้น แมนฯ ซิตี้ เป็นข้อมูลประกอบ ส่วนหนึ่งนอกจากความเข้มข้นของ พรีเมียร์ลีก แล้ว อาจเป็นไปได้ว่า เมื่อคว้าแชมป์ลีก แต่ละทีมล้วนมุ่งมั่นสู่เส้นทางที่ยิ่งใหญ่ขึ้นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก

ยกตัวอย่าง เลสเตอร์ ก็ได้ พวกเขาคือแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่ได้คะแนนรวมน้อยที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมา และสิ่งที่พวกเขาทำต่อจากนั้นคือทุ่มเทกับเวทียุโรป แม้พวกเขาสร้างชื่อด้วยการทะลุถึงรอบก่อนรองชนะเลิศแต่หลังจากนั้นพวกเขาก็ดิ้นรนมากที่เดียว จนกระทั่ง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กลับมาทำให้พวกเขาพบเกมระดับยุโรปอีกครั้ง

สำหรับ ลิเวอร์พูล พวกเขาอาจจะกลับข้างกัน เพราะคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาก่อนในปี 2018 และอีกปีค่อยมาเก็บถ้วยในประเทศ ตอนนี้เป้าหมายของพวกเขาอาจใหญ่โตขึ้น เป็นดับเบิ้ลแชมป์ก็เป็นไปได้ แต่ปัญหาหลายอย่างที่กำลังทับถมพวกเขาและอาจเกาะกินเข้ามาเรื่อยๆ ก็ทำให้แนวโน้มดูไม่ดีเท่าไร


สุดท้ายที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องที่ยากจะบอกได้คือการป้องกันแชมป์ อย่างที่ทราบกันว่าใน 11 ฤดูกาลที่ผ่านมา มีเพียงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หนึ่งเดียวที่คว้าแชมป์ต่อเนื่อง 2 ฤดูกาล และกิจกรรมในตลาดซื้อขายที่ไม่สดชื่นนัก ทำให้พวกเขาอาจต้องอึดอัดกับการกระทำของตัวเอง แม้ คล็อปป์ เคยพา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เหยียบหน้ายักษ์ใหญ่อย่าง บาเยิร์น มิวนิค ที่เอาแต่ต้อนซื้อนักเตะ ด้วยการป้องกันแชมป์สำเร็จ แต่ที่อังกฤษมีอะไรท้าทายมากกว่านั้น

แต่ไม่ว่า ลิเวอร์พูลจะสามารถป้องกันแชมป์ได้หรือไม่ แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่า หงส์แดงชุดสร้างตำนวนนี้ จะคงอยู่ในใจของ The Kop ตลอดไป

ติดตามอ่าน ข่าวบอล ที่น่าสนใจ แบบนี้ได้ใหม่ในอาทิตย์หน้า แล้วเจอกันครับ

 61 total views