หลังจากกลับจากโปรแกรมทีมชาติมาเมื่อสุดสัปดาห์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โซลชา มีฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นพอสมควรเลยนะครับ อาจจะยังไม่ได้ถึงขั้นดีที่สุด แต่อย่างน้อยการเก็บชัยชนะเหนือ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 4-1 รวมถึงบุกเฉือน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2-1 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มันก็เป็นชัยชนะที่น่าชื่นชม

พูดง่ายๆ คือเล่นได้ดี แล้วชนะ มันน่าพอใจกว่าเล่นแย่แล้วชนะ เหมือนที่พบกับ ไบรท์ตัน เป็นไหนๆ โดยเฉพาะในเกมล่าสุดที่เอาชนะรองแชมป์ยุโรปเมื่อปีที่แล้วได้ ซึ่งผลงานของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา, ทีมงาน และนักเตะถือว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อกลับมาสู่เกมลีกอีกครั้ง ทั้งเกมรุก และเกมรับ

มันทำให้พวกคอลัมนิสต์สาย แมนฯ ยูไนเต็ด ในประเทศไทยที่ชอบอคติกับ กุนซือชาวนอร์เวย์ แล้วมาพ่นลงเฟซบุ๊คแฟนเพจของตัวเอง ชักนำให้ผู้ติดตามอคติตาม ต้องกลืนน้ำลายตัวเองกันเป็นแถวๆ ด้วยการออกมาชม แต่บางรายก็ยังมีการแซะเล็กๆ แล้วทำมาเป็นพูดว่า “นี่ไง พวกที่หาว่าอคติ ชมก็เป็นนะ” หรือ “ลูปนรกของ โซลชา กลับมาแล้ว” แต่สิ่งที่คุณทำ มันคือการแซะในความอคติของคุณนั่นแหละ

เอาเป็นว่าช่างหัวบรรดาอินฟลูเอนเซอร์เหล่านั้นไป เพราะพวกเขาไม่มานั่งวิเคราะห์อะไรด้วยเหตุผลอยู่แล้ว มาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ แมนฯ ยู จะดีกว่า

สองเกมที่ผ่านมา มันได้แสดงให้เห็นจากผลงานแล้วนะครับว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นั้นไม่ได้เป็นกุนซือที่ “ไร้น้ำยา” แต่อย่างใด เพียงแต่เขาก็ยังไม่ได้เป็นกุนซือที่จะยอดเยี่ยมถึงขั้นไปเทียบกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ หรือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้

ถ้าใครสังเกตดีๆ มันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร จากการที่ทีมออกสตาร์ท ในช่วงต้นฤดูกาล มาจนถึง 2 เกมล่าสุด

และนี่คือปัจจัยที่บ่งบอกว่าโซลชา ไม่ได้เป็นกุนซือที่ไม่มีกึ๋น และยังไม่ควรเป็นกุนซือที่แฟนบอลทีมตัวเองออกมานั่งไล่กันหลังเกมจบทุกนัด

 

โซลชา กับความสามารถในการจัดตัวผู้เล่น

ในช่วงกลับมาจากล็อกดาวน์ เราจะเห็นได้ว่า ช่วงเวลาที่ทีมฟอร์มดี โซลชาก็ไม่เลือกที่จะเปลี่ยนตัวผู้เล่น เขาส่ง 11 ตัวจริงแมนยู หน้าเดิมลงติดต่อกันเป็นสถิติสโมสร เนื่องจากทุกๆ คนนั้นทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในทุกตำแหน่ง

ในเกมที่พบกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ผู้เล่นชุดดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้อีกครั้ง มีเปลี่ยนแค่ เอริค ไบยี่ ที่ลงมาแทน วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เพียงรายเดียวเท่านั้น แต่ก็ไม่มีใครเลยที่เล่นได้ดี สุดท้ายก็แพ้ไป 1-6 คาบ้านตัวเอง

และในสองเกมที่ผ่านมา โซลชา ก็กล้าที่จะดร็อป ปอล ป็อกบา ไว้ข้างสนาม เพราะนี่คือหนึ่งในนักเตะที่เล่นได้ห่วยที่สุด ขณะที่ผู้เล่นบางรายได้รับบาดเจ็บพอดี ก็เลยทำให้มีการโรเตชั่นนักเตะกันในบางจุด

และมันได้ผล ปัจจัยหลักสำหรับผมเลยคือแดนกลาง การใช้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ เฟร็ด นั้นกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกมออกมาดี เพราะอย่างแรกเลยคือทั้งสองคนเล่นเกมรับได้

ในเมื่อนักเตะแดนหน้าอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หรือ เมสัน กรีนวู้ด แต่ละคนก็ไม่คิดจะเล่นเกมรับอยู่แล้ว การมี ป็อกบา ที่ไม่เก่งป้องกัน จะยิ่งเพิ่มภาระให้กับกองหลังมากขึ้น

แต่พอได้คู่หูดูโอ้กลับมาเล่นด้วยกัน จะเห็นได้ว่าหน้าที่ภาระในเกมรับของบรรดาแผงหลังนั้นเบาลงไปมาก ทั้งในเกมที่พบกับ นิวคาสเซิ่ล และ เปแอสเช

ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประกอบกับการที่นักเตะนั้นบาดเจ็บกันเยอะ ทำให้ทีมต้องมีการปรับเปลี่ยน และการเล่นหลัง 3 นั้นใช้ได้ผล

อั๊กเซล ตวนเซเบ้ เหมือนได้เกิดใหม่ เขาคือผู้เล่นที่เด่นที่สุดในเกมรับ รองลงมาคือ อารอน วาน-บิสซาก้า เนื่องจากคู่แข่งนั้นถนัดขึ้นเกมทางซ้าย ที่มี คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กับ เนย์มาร์ อยู่

ก็ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะครับ ว่าทั้งสองคน สามารถหยุดนักเตะที่ค่าตัวรวมกัน 300 กว่าล้านยูโร ได้ คืออาจจะผ่านได้ในทีแรก แต่สุดท้ายก็ต้องตามกลับมาบล็อกได้ในทุกๆ ทีไป

มันอาจจะดูเหมือนเป็นการที่เขาจะต้องจำใจส่งผู้เล่นบางคนลงสนาม เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ แต่สุดท้ายแล้วมันก็คือการจัดทัพที่ถูกต้อง เพราะต่อให้เหลือผู้เล่นเพียงไม่มาก แต่ถ้าจัดทัพไม่ถูก แท็กติกไม่ใช่ ก็ไร้ความหมาย

 

การแก้ไขปัญหาและการนั่งเฉื่อย

ในเกมล่าสุด เมื่อเห็นว่าทีมนั้นน่าจะเอาอยู่กับเกมรุกของเจ้าถิ่น โซลชา ก็ตัดสินใจเสี่ยง ด้วยการเปลี่ยนไปเล่นระบบ 4-4-2 ไดมอนด์ ด้วยการส่ง ปอล ป็อกบา ลงมาเล่นแทน อเล็กซ์ เตลลิส

สุดท้ายทีมก็มาได้ประตูจากการครองบอลหน้ากรอบเขตโทษของคู่แข่งโดย ป็อกบา ก่อนจะจ่ายให้กับ แรชฟอร์ด ยิงบอลเรียดยัดเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม

เกมที่แล้วถ้ายังจำกันได้ หลังจากที่ทีมบุกของ ยูไนเต็ด นั้นดูตื้อๆโซลชา ก็เพิ่มมิติด้วยการส่ง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค และ ป็อกบา ลงสนามมา แล้วถอดปีกทุกตัวออก ให้เหลือ แรชฟอร์ด เพียงตัวเดียว ซึ่งสุดท้ายมันก็ได้ผล ทีมมาบวก 3 ประตูในช่วงท้ายเกมเอาชนะไป

นั่นเป็นการลบคำสบประมาท จากที่หลายๆ คนชอบบอกว่าเขาแก้เกมไม่เป็น เปลี่ยนตัวช้า แท็กติกไม่มี หรืออะไรต่างๆ นาๆ ด้วยการทำให้เห็นว่าเขาก็ทำเป็น

อีกหนึ่งอย่างซึ่งเป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก คือการนั่งดูแต่จอมอนิเตอร์ ไม่อออกมากระตุ้นลูกทีมข้างสนาม ซึ่งในสองเกมที่ผ่านมา พวก อคติโซลชา คงอ้าปากค้าง หาเรื่องแขวะกันไม่ได้เลย

พี่แกเล่นออกมายืนข้างสนาม ร่วมกับโค้ชคนอื่นๆ ตะโกนสั่งการกันยุบยับ ถ้าใครสังเกตเห็นตรงพื้นที่เทคนิค ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด จะเห็นเลยว่ายืนกันเยอะมาก ไม่ใช่แค่ โซลชา

อย่างที่เคยบอกไปนั่นแหละครับ การกระตุ้นลูกทีมข้างสนาม จริงๆ แล้วมันไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องใช้ผู้จัดการทีม ในการทำหน้าที่นั้น แต่ในเมื่อเรียกร้องกันมามากนัก ก็ทำให้เห็นเสียเลย

ซึ่งมันก็ทำให้สวิตเชอร์ถ่ายทอดสด ทำงานยากอยู่เหมือนกัน เพราะแทบจะไม่มีจังหวะที่เขาไปนั่งไชว่ห้างทำท่าซึมๆ อยู่ที่เก้าอี้เลย

 

โซลชา ทำได้อย่างที่พูด

ถ้าใครจำกันได้ ในเกมแรกที่ “ปีศาจแดง” พ่ายให้กับ คริสตัล พาเลซ ไป 1-3 อดีตกองหน้าซูเปอร์ซับ ได้บอกในการแถลงข่าวว่าทีมของเขายังมีสภาพที่อยู่ในเกณฑ์ “ไม่ฟิต” เนื่องจากการพักที่น้อยกว่าชาวบ้านเขา

ซึ่งนั่นทำให้บรรดาเกรียนคีย์บอร์ด ต่างพากันออกมาวิจารณ์ว่าสิ่งที่ โซลชา พูด มันเป็นข้ออ้าง บางคนก็ขำเย้ยหยัน หาว่าเป็นการแถจนสีข้างถลอก และยิ่งเขาได้บอกหลังจากนั้นอีกว่า จะต้องใช้เวลาสัก 5 เกม เพื่อเรียกความฟิตความคุ้นเคยกลับมา

มันกลายเป็นเส้นตายสำหรับเขาเลย ถ้าผลออกมา หลังจากผ่านไป 5 นัดแล้ว พวกเขายังเล่นกันได้ไม่ดี สิ่งที่เขาพูด มันก็เข้าตัวของเขาเอง ตามที่ได้โดนวิพากษ์วิจารณ์กันไปนั่นแหละครับ

หลังจากแพ้ พาเลซ พวกเขาก็มาชนะ ลูตัน ทาวน์ 3-0 ตามด้วยการพบ ไบรท์ตัน สองเกมติดต่อกันในลีกและบอลถ้วย ซึ่งก็เก็บชัยชนะได้ทั้งหมด สุดท้ายถูก สเปอร์ส บุกถล่ม 6-1 และพักเบรกทีมชาติกันไป

ทั้งหมดผ่านไป 5 นัดพอดิบพอดี แล้วดูสิครับ เกมที่ 6 และ 7 พวกเขาเปลี่ยนแปลงการเล่นไปอย่างสิ้นเชิง เอาจริงๆ แล้วถ้าในเกมที่พบกับ สเปอร์ส ไม่ได้ผิดพลาดเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน เราอาจจะได้เห็นอะไรที่ดีๆ ขึ้นกว่านัดก่อนๆ ด้วยซ้ำ

เพราะในช่วงต้นพวกเขาเริ่มได้ดีมากๆ ก่อนที่ความผิดพลาดส่วนบุคคลจะทำให้เสียถึง 2 ประตู

อย่างไรก็แล้วแต่ สุดท้ายมันก็เป็นไปตามที่โซลชา ได้บอกเอาไว้ เมื่อถึงเกมที่ 6 พวกเขาจะดีขึ้น และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แถมมันยังยิ่งตอกย้ำเข้าไปอีก เพราะตัวผู้เล่นบางราย ก็ได้เริ่มออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในช่วงเกมที่ 6 นี่แหละ ความฟิตมันยิ่งเต็มเปี่ยมเข้าไปอีก

กุนซือที่เก่ง จะไม่ใช่แค่การพูดให้เก่งเพียงอย่างเดียวอยู่แล้ว สิ่งที่แสดงให้เห็นได้ชัด นั่นคือการลงมือทำ แบะโซลชา ก็ได้ทำให้เห็นว่าทีมของเขา ดีขึ้นกว่าเดิมจริงๆ

แต่ก็นั่นแหละครับ ต่อจากนี้ เกมต่อไปพวกเขาจะต้องพบกับ เชลซี ซึ่งถ้าจะให้มันถูกมันควร ก็ต้องทำให้ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลุ้นชัยชนะในบ้านนัดแรกให้ได้

เพราะถ้ากลับไปเป็นอีหรอบเดิม ก็คงไม่พ้นที่จะโดนวิจารณ์เสียๆ หายๆ อีกแน่นอน เพราะมันก็เป็นความคาดหวังของแฟนบอลเช่นกัน


และทั้งหมดนี้ก็คือ ข่าวฟุตบอลล่าสุด เรื่องราวของ โซลชา ที่แฟนผีหลายคนทั้งรัก ทั้งเกลียด ใครอยากให้ น้าโอเล่ อยู่ หรือ ไม่ ก็สามารถเข้ามาคอมเมนต์พูดคุยกันได้นะครับ